ปัจจุบันมีแพยางหลายเจ้าที่ผลิตและนำเข้าและมีการแข่งขันทาการตลาดสูง

แล้วยมบาลก็หันไปสั่งคนที่นั่งข้างโต๊ะว่าอาบัญชีมาดูเดี๋ยวนี้ เมื่อมันอเมืองมนุษย์สร้างกรรมสร้างเวร อะไรบ้างบอกมาให้หมด”ต่อจากนั้นพญายมค้นหาอยู่ครู่หนึ่งก็ชักบัญชีออกมา สระน้ำเด็ก  เป็นบัญชี ขนาดศอกหนาประมาณ1 ฟุต เมื่อเปิดไปถึงชื่อนั้นก็บอกยมบาลทันที มันเบียดเบียนพ่อแม่ มันฆ่าสัตว์ตัดชีวิตแต่ไม่ถึงกับฆ่าลัตวํใหญ่ หรือสัตว์ผู้มีพระคุณ ไมได้บวชเรียน มืกรรมเก่าติดตัวมานิดหน่อย ผลกรรมมีเท่านี้วิญญาณของอาตมาที่นอนฟังอยู่นั้นรู้สึกลั่นไปหมด ไม่ทราบ ว่าเขาจะทำอะไรกับอาตมาต่อไปเมื่อพญายมผู้ถือบัญชีบอกหมดแล้วเลียงยมบาลถามว่า อยู่ที่เมืองมนุษย์ทำบุญทำทานอะไรไว้บ้างจงบอกมาให้หมดไวๆเลียงยมบาลที่ถามนั้นฟังแล้วเหมือนกับโกรธกันมาหลายปี พอ พบเข้าคล้ายกับว่าจะกินเลือดกินเนื้อน่ากลัวมาก  ห่วงยางฟลามิงโก้สูบลม วิญญาณของอาตมา ในเวลานั้นกลัวจนบอกไม่ถูก ล้วนยมบาลก็ถามรุกเรื่อยว่า “ทำไมไม’ตอบมา หรือไม1เคยทำบุญอะไรเลยวิญญาณที่กำลังคิดอยู่ เห็นไม่มีอะไรแล้วจึงตอบไปตามที่ได้ เคยกระทำไว้ว่าได้ไปไหว้พระบรมธาตุที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ทำบุญทำ ทานเล็กๆ น้อยๆ ทั้งนับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง ยมบาลก็พูดขึ้นว่าเออ…มึงยังไม่ถืงที่ตาย  แพยางลอยน้ำ สร้างกรรมยังไม่มาก จะต้องกลับไป เข้าร่างเดิมในเมืองมนุษย์อีก พวกท่านทั้งสี่จงพามันไปส่งเข้าร่างเดี๋ยวนี้” พออาตมาได้ยินว่า ‘‘พามันกลับไปเข้าร่างเดิมในเมืองมนุษย์” แทนที่อาตมาจะดีใจกลับเลียใจหนักลง เพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะขอ ตายไปให้พ้นแต่นี่ยมบาลจะให้เอากลับไปอีก เราไม่ขอกลับแน่ วิญญาณ จึงพูดว่าขอความปรานีแด่ยมบาลผู้ยิ่งใหญ่ อย่าให้เราต้องกลับไปใช้พอนั่งเสร็จความเจ็บปวดที่นายพรานโบยตีก็1พายไปจนสิ้น รู้สึกว่ามีความสุขอย่างที่ลุดในชีวิต นี่เพียงนั่งบนเรอสวรรค์เท่านั้น ถ้าไปเห็นสวรรค์เข้าจรงๆ จะมีความสุขสักแค่ไหนแน่เมื่อนั่งเรือเรียบร้อยแล้ว เรือนั้นค่อยๆ ลอยฃึนทีละนิดๆ จนพ้นยอดไม้ แล้วก็ผ่านมาในอากาศอันเวิ้งว้างว่างเปล่า แล้วผ่านเข้ามาในหมู่เมฆหมอกลีขาวนวลๆ ชวนให้มองอย่างสุขใจ ลอยไปจนมองเห็นปราสาทมีแลงเป็นประกายระยิบระยับดาษดื่นเกลื่อนกลาดทั่ววิมานเต็มไปหมดทั้งซ้ายขวาหน้าหลังอาตมาบังเกิดความพิศวงหลงใหลและเพลินอย่างสุดซึ้ง ยากที่จะหาแดนใดมาเปรียบได้ ดินแดนอย่างดีที่สุดในเมืองมนุษย์ถ้าจะเพิ่มความสวยงามวิจิตรพิลดารให้อีกสักร้อยเท่าพ้นเท่า ก็ยังไม่ลามารถนำมาเปรียบกับวิมานที่อาตมาประสบอยู่นี้เมื่อเรือที่อาตมานั่งมาถึงจุดหมายปลายทาง คือปราสาทหลัง ห่วงยางแฟนซีราคาถูก  ใหญ่ทีสวยทีสุด ณ แดนวิมานบัน เทวดาทีอาตมาเห็นล้วนนอน เอกเขนกอยู่บนเตียง ห้องที่ประทับยื่นออกมาข้างนอกมีกระจก ด้าน ด้านหลังเป็นฝาผบัง องค์เทวดานั้นตั้งแต่คอถึงศีรษะมีรัศมีพุ่งออกมา ประมาณคืบกว่าและฉลององค์ด้วยเครื่องแต่งกายสวยงามมาก

แพยางฟลามิงโก้

การว่ายน้ำจะช่วยส่งผมให้หัวใจทำงานดีขึ้นรวมไปถึอวัยวะต่างๆของร่างกาย

แกเอานั้าใส่บาตรพระตั้งไว้ แล้วเอาพระเครื่องที่เชื่อว่ามีพุทธคุณ ศกดิ้สิทธิ้ ที่แกบูชาและพกติดตัวไปไหนมาไหนเสมอคนกับนั้า เพื่อให้พุทธ คุณของพระเครื่องแผ่ซ่านกระจายผสมกับนั้า พร้อมกับท่องคาถาบริกรรม ปลุกเสกวิชาถอนและแก้คุณไสยมนตร์ดำ ที่ครูบาอาจารย์ถ่ายทอดให้ระหว่าง ของเล่นเด็ก  นั้นสังเกตเห็นเหยื่อเริ่มมีอาการตัวสันปากสันแสดงว่าไสยดำได้แผลงฤทธึ๋แล้ว แกจะรวบรัดตัดตอนไม่ได้ ต้องทำตามพิธีกรรมทางไสยศาสตร์เต็มรูปแบบ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ แม้จะช้าไปบ้างก็ตามจวนใกล้จะเสร็จพิธีกรรมแล้ว เหยื่อพรวดพราดลุกขึ้นยกเท้ากระทืบ พื้นกระดานกุฏิดังได้ยินออกไปถึงช้างนอก แกกลัวหลวงพ่อและเพื่อนพระ จะได้ยิน แล้วพากันแห่มาที,ห้องเรื่องจะยุ่งไปกันใหญ่ ทำให้สมาธิเริ่มจะสับสนใจโลเล การบริกรรมอาคมก็จะสับสนไปด้วย เพราะฉะนั้นแกต้องโดนของคุณไสยมนต์ดำเสียหายไปมาก  สระน้ำจำลอง ยากที่จะบูรณปฏิสังขรณ์ให้กลับมาเหมือนเดิมได้ ต้องปล่อย ให้ชำรุดต่อไป เพราะรัฐบาลเขมรขาดเงินงบประมาณที่จะมาซ่อมแซม ศาสนสถานต่างๆ ที่มีอยู่นับไม่ถ้วนในประเทศแกอยู่บ้านญาติบ้างอยู่วัดบ้าง ส่วนมากจะกินนอนอยู่ที่วัดกลายเป็น ลูกศิษย์จึงถือโอกาสเรียนภาษาเขมรภาษาขอมกับพระอาวุโสซาวเขมรหรือ ไม่ก็จะเรียนจากชาวบ้านผู้! และยังแอบเรียนวิชาอาคมและไสยศาสตร์จาก หมอคุณไสยในหมู่บ้านอย่างลับๆ โดยหลวงพ่อและพระไม่มีใคร! ใช้ชีวิต ในเขมรหลายปีจนโต จึงได้ข้ามมาฝังไทยอยู่กับพ่อแม่ แต่ไม่ได้เรียน หนังสือเหมือนเพื่อนๆ แกจึงไม่!หนังสือไทย พูดได้ ช่นโดนัทและแต่อ่านและเขียนภาษา ไทยไม่ได้ ทำให้เป็นคนไทยที่ไม่สมบูรณ์เหมือนคนไทยทั่วไปที่ต้องอ่านออก เขียนภาษาไทยได้แกจึงขอพ่อแม่บวชสามเณรจำพรรษาที่วัดในหมู่บ้านแล้ว  สระน้ำเด็กเล็ก ค่อยๆ ศึกษาเรียนภาษาไทยไปด้วย กว่าจะอ่านออกเขียนได้ก็อายุ ๒๐ ปีเศษ แกได้รับหมายเรียกให้ไปเกณฑ์ทหารในอำเภอ เมื่อถึงวันนัดหมายแกก็ไป เกณฑ์ทหารขณะยังครองผ้าเหลืองหัวโล้น แกจับได้ใบดำ รอดตัวไม่ต้องไป เป็นทหารออกรบจากนั้นได้ศึกษาภาษาไทยต่อจนเจนจัดพอประมาณ เห็นว่าอยู่ในวัด ไม่มือะไรทำและไม่สนุกจึงตัดสินใจข้ามไปฝังเขมรจำอยู่ที่วัดในหมู่บ้านที่แก เคยเติบโต และได้เห็นอะไรดีๆ และร้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านในหมู่บ้านเขมร ที่แกมาจำพรรษาอยู่ในวัด มืคนที่เป็นหมอคุณไสยและคนมืวิชาไสยดำและ เวทมนตร์อาคมหลายสิบคน แก!จักหมดและคุ้นเคยทุกคนมือยู่คนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคนหัวโล้น สงลัยจะร้อนวิชาจึงได้โกน ผมเกลี้ยงจนหัวโล้นแต่ไม,โกนคิ้ว แกรู้จักมักคุ้นดีและยังเคยมานอนเล่นที่ วัดประจำ เป็นคนมืวิชาอาคมและวิชาคุณไสยพอตัว ซึ่งได้รับการถ่ายทอด หมายหวังจะเอาช่วิตแกด้วยควายธนูด้วนี้ แต่แกมีของขลังช่วยยื้อ ชีวิตให้รอดจากคมเขาควายธนูมาได้จากนันมาแกไม่เคยเจอดีอีกเลอที่ฝังเขมรมีเรื่องของไสยศาสตร์มนตร์ขาว-มนตร์ดำเล่ากันยาวไม่มีจบ เหมือนหนังม้วนยาว ที่ผู้เขียนนำมาเขียนเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น จาก นั้นก็ได้เดินทางข้ามกลับมาฝังไทย เพราะอยู่ฝังเขมรได้ไม่นาน เนื่องจาก เป็นการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายของผู้เขียนนั้นเองและเมื่อมาที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งติดชายแดนเขมรห่างกันครึ่งกิโลเมตร เท่านั้น ผู้ใหญ่บ้านให้การต้อนรับผู้เขียนด้วยดี เมื่อรู้ถึงวัตถุประสงค์การมา หาข้อมูลไปเขียนบทความ จากนั้นจึงได้พาผู้เขียนไปพบกับหมอคุณไสยอายุ £๗ ปีที่ปลูกบ้านอยู่ท้ายปาช้าสาธารณะตามลำพัง เนื่องจากเมียแกเสีย ชีวิตไปเมื่อสามปีก่อน แต่ไม่ยอมมีเมียใหม่ ขออยู่คนเดียวสบายใจดีผู้เขียนขอสมมติซื่อลุงจันทร์ เกิดที่ฝังไทยแต่ไปโตที่ฝังเขมร สามารถ พูดได้สองภาษาทั้งไทยและเขมร แถมยังมืพื้นฐานความรู้ภาษาขอมอีกด้วย (และมาทราบภายหลังจากที่ผู้เขียนได้พบกับลุงจันทร์เมื่อ ๖ ปี ว่าแกได้ เสียชีวิตเนื่องจากโดนไสยดำจากฝ่ายตรงข้ามปล่อยใส่ตายอย่างน่าอนาถ น่าเสียดายที่ผู้เขียนไม่มืโอกาสได้ไปเคารพศพแกที่บ้าน ได้แต่บอกให้ดวง  อุปกรณ์กลางแจ้ง วิญญาณของแกไปสู่สุคติเท่านั้น)ลุงจันทร์กล่าวว่า ไปอยู่ฝังเขมรกับญาติฝ่ายแม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ ห่างจากชายแดนเขมรเข้าไปลึกหลายสิบกิโลเมตร ที่นั่นมีวัดโบราณเก่าแก่ อายุหลายร้อยปีสร้างสมัยพระเจ้าวรมันที่ ๖ หินที่นำมาสร้างโบสถ์และ คาสนสถานแต่ละก้อนมีน้ำหนักพันกว่ากิโลฯ แต่ขาดการมูรณะเนื่องจากมี การเรบระหว่างคนเขมรด้วยกันเอง จึงทำให้โบราณสถานและโบสถ์พังและ

สระน้ำเด็ก

อุปกรณ์เซฟตี้ในการเล่นน้ำ ตอนที่ 1

ของไสยดำปล่อยใส่เข้าท้องเหยื่อนอกจากจะทำให้เหยื่อเจ็บปวดตามตัวแล้ว ยังทำให้เจ็บปวดท้องชนิดรุนแรงเหมือนมีคนบิดไล้แทบขาด เป็นไสยดำอีก รูปแบบที่สามารถจะฆ่าคนให้ตายได้ในอดีตมีเหยื่อโดนตะปูคุณไสยดำเสกเข้าท้องตายอย่างอนาถมาแล้ว ห่วงยางคอเป่าลม  โดยตะปูโลงศพคนตายโหงที่หมอผีหมอคุณไสยได้เสกเข้าไปในอยู่ท้อง เหยื่อจำนวนหลายดอก บางดอกจะปักอยู่ในกระดูก บางดอกก็จะปักคาอยู่ ในลำไล้ บางดอกจะวิ่งพล่านไปมาตามลำไล้เหยื่อ ตะปูแต่ละดอกมี อาถรรพณ์ด้วยพิษสงของผีตายโหง แล้วยังมีพิษสงจากอาคมไสยดำของ หมอผีหมอคุณไสย ที่บริกรรมประจุลงในตะปูอาถรรพณ์แต่ละดอก ซึ่งจะ ไปสร้างความเจ็บปวดตามร่างกายและอวัยวะของเหยื่ออย่างสาหัส เมื่อ เหยื่อทนความเจ็บปวดของตะปูโลงศพผีตายโหงไม่ได้ก็จักเสียชีวิตตังนั้นตะปูโลงศพคนตายโหง จึงเป็นที่นิยมของหมอผีหมอคุณไสย นำมาทำของไสยดำ ซึ่งสมัยก่อนเป็นเรื่องธรรมดา แต่ยุคสมัยนี้อาจเห็นเป็น เรื่องแปลกและพิสดาร ที่ยังมีคนงมงายและหลงเชื่อไสยศาสตร์อยู่เหยื่อที่โดนตะปูโลงศพผีตายโหง รายไหนรายนั้น จักทนทุกข์ทรมาน เหมือนกับแบกโลกใบนี้ไว้คนเดียว ไม่มีอะไรที่จะเจ็บปวดและทรมาน สาหัส สากรรจ์เท่าไสยดำตะปูโลงศพ เมื่อตายแล้วยังมีปมปริศนาให้ญาติพี่น้อง และชาวบ้านสงสัยว่า การตายของเหยื่อมาจากโรคหรือไสยดำกันแน่ ไม่มี ใครกล้าที่จะฟันธงลงความเห็นว่าตายเพราะอะไรถ้าเหยื่อตายด้วยโรคก็จะพอหาสาเหตุได้ แต่หากตายด้วยคุณไสยดำ ยากที่จะพิสูจน์หาความจริง แม้จะล่งร่างของเหยื่อไปให้หมอผ่าพิสูจน์ แพยางลอยน้ำราคา เชื่อ ได้เลยว่าไม่มีทางจะพิสูจน์ได้ว่า เหยื่อตายจากสาเหตุใด เพราะการตาย ของเหยื่อนั้นไม่ใช่ตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บคุกคามสังขาร หากแต่ถูกกระทำด้วยคุณไสยมนตร์ดำที่หมอผีหมอคุณไสยเสกเข้าท้อง มีชาวบ้านที่ตกเป็น เหยื่อของตะปูโลงศพผีตายโหงมาแล้วนับไม่ถ้วนราย โดยที่เหยื่อไปตายที่ โรงพยาบาลเกือบทุกราย และพิสูจน์ไม่ได้ด้วยว่าตายเพราะเหตุใด ส่วนที่ ตายบ้านของตัวเอง คนที่รู้ว่าเหยื่อตายจากอะไร หมอผีหมอคุณไสยจะ รหมุนรูปวงกลมในปริภูมิบอกญาติของคนตายให้เแต่ก็มีเหยื่ออีกจำนวนไม่น้อยที่โดนของคุณไสยดำต่างๆ รวมทั้งตะปู โลงศพผีตายโหง และให้หมอผีหมอคุณไสยถอนของไสยดำตะปูอาถรรพณ์ ออกจากตัวของเหยื่อ รอดตายมาได้มีชีวิตจวบจนทุกวันนี้การถอนของไสยดำตะปูโลงศพผีตายโหงของหมอผีหมอคุณไลยนั้น มีด้วยกันหลายวิธี บางคนก็ปลุกเสกนํ้ามนตร์ให้เหยื่อดื่ม พอดื่มน้ำมนตร์ ลงไปก็จะขับล้างอาถรรพณ์อาคมที่ประจุอยู่ในตะปูให้สิ้นฤทธี้ จากนั้นก็จะ บังคับให้ตะปูอาถรรพณ์เหล่านั้นออกทางทวารทั้ง ๙ ของเหยื่อ แล้วปรากฏ แก่สายตาของญาติคนป่วยและซาวบ้านที่มามุงดูให้ประจักษ์แก่สายตา ไม่ เชื่อ ก็ต้องเชื่อเมื่อมีตะปูจำนวนหลายดอกออกจากตัวของเหยื่อให้เห็นกัน ฟลามิงโก้สูบลม  จะจะเต็มตาเมื่อตะปูโลงศพผีตายโหงออกจากตัวของเหยื่อแล้ว หมอผีหมอคุณ ไสยก็จะทำพิธีกรรมแก้และกันมิให้ไสยดำมาเข้าร่างของเหยื่ออีกทั้งบริกรรม อาคมเสกใส่ร่างของเหยื่อ สะเดาะเคราะห์ทางไสยศาสตร์กำจัดไล่มนตร์ดำ และไสยดำ หรือไม่ก็ให้เครื่องรางของขลังเหยื่อไว้มุชา เป็นต้น ของเหล่านี้ คักดิ้สิทธิ้ เมื่อมีไสยดำเข้ามาใกล้เหยื่อ ของขลังจะปกป้องคุ้มครองมิให้ได้ รับอันตราย โบราณเรียกว่า.กันและแก้ไสยดำ

แพยางฟลามิงโก้

การเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อย ตอนที่ 2

และบ่อยๆ ที่ต้องเปิดฝาเตาคอยดูศพคนตายว่าไฟจะไหม้หมดทั่วตัว หรือไม่ จึงต้องคอยใช้เหล็กเขี่ยพลิกศพคนตายให้โดนไฟตลอด โดยเฉพาะ คนตายตัวใหญ่ยิ่งต้องคอยหมั่นพลิก และยังใช้เวลานานกว่าคนตัวเล็กกว่า ไฟจะไหม้ศพหมด เหล็กเขี่ยศพเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับสัปเหร่อทุกคน ถ้า ไม่มีเหล็กเหล่านี้ สัปเหร่อคงจะทำงานสำบากมาก และศพคนตายอาจจะ ไหม้ไม่หมดทั่วตัว แล้วใครจะเอามือไปจับพลิกศพคนตายในเตาที่มีความ ร้อนระอุแกเป็นคนมีอาคมและเรียนทางไสยศาสตร์จากอาจารย์ ก่อนจะมา อาสาเป็นสัปเหร่อ พอจะรู้ว่าอะไรที่สามารถนำมาเป็นไสยดำทำร้ายหรือฆ่า คนได้ แต่ไม่เคยคิดที่จะนำเอาวิชาไสยดำมาใช้เพราะกลัวบาป แล้วจะ กลายเป็นกรรมติดตัวไปตลอดชีวิต พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้มีหลายสิบครั้ง ถ้าไปได้แกคงจะไปอยู่วัดอื่น แล้ว แต่หลวงพ่อเจ้าอาวาสขอร้องให้อยู่ช่วยทางวัด ถือเป็นการทำบุญช่วย กุศล เพราะคนที่จะมาเป็นสัปเหร่อหายาก ไม่มีใครกล้าและใจถึง มีแกคน เดียวเท่านั้นที่จะเป็นเสาหลักทำหน้าที่สัปเหร่อนี้ แกทนอยู่แม้จะถูกรังแกชํ้า แล้วช้ำเล่าบางคืนแกนอนอยู่บนศาลาวัด พวกเขาเมาเหล้าจากที่ไหนมาไม’รู้ มา ช่วยกันปลดมุ้งเอาไปโยนทิ้งนอกศาลาวัดให้แกนอนตากยุง พวกเขาแกล้ง แกสารพัดอย่าง คงจะเห็นว่าแกทำงานตํ่า เป็นสัปเหร่อและไม่มีญาติพี่น้อง แกไม่เคยร้องทุกข์กับหลวงพ่อสักครั้ง ได้แต่หวานอมขมกลืนเอาไว่ในใจ บ่น สาปแช่งให้กรรมตามสนอง แกไม่อยากจะจองเวรคนชั่วอย่างพวกเขา แต่ น่าแปลก กรรมเวรไม่ตามมาเล่นงานคนพวกนี้เลยเมื่อโดนรังแกหนักๆ เข้าแกทนไม่ไหว จึงตอบโต้เอาคืนบ้าง แต่ไม่ใช้ กำลังเข้า$ แกนำเอาไสยศาสตร์มาเล่นงานคนพวกนี้ เอาเหล็กเขี่ยศพอัน เก่าที่ไม่ใช้งานมาทำเป็นของไสยดำ เมื่อมีเศษเถ้ากระดูกคนตายที่ญาติๆ ทิ้ง หลงเหลือไว้แกจะเก็บสะสมเอาไว้ในถุงปุย เพิ่งจะมีโอกาสนำมาใช้หนนี้แหละ แกเผาเหล็กเขี่ยศพจนแดงฉาน พร้อมกับเอ่ยชื่อและนามสกุล กับวันเดือน ปีของคนพวกนั้น ซึ่งแกได้ข้อทุลนี้จากญาติๆ ของพวกเขา แกจะเอานั้ารด ศพคนตายค่อยๆ ราดลงบนเหล็กเขี่ยศพ แล้วอาถรรพณ์นี้จะไปปรากฏให้ คนพวกนั้นนอนดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดร้อนตามตัว จนกว่าแกจะ หยุดทำ เมื่อนั้นพวกเขาถึงจะหยุดเจ็บปวดและร้อนตามตัว แกจะทำทุกคืน คืนละ ๒-๓ ชั่วโมงเป็นการลงโทษพวกเขาทุกครั้งที่แกเผาเหล็กเขี่ยศพ คนที่ถูกเอ่ยชื่อนามสกุลจะเจ็บแสบ ปวดร้อน ไปทั่วตัวกรมชลประทาน จนญาติต้องส่งตัวไปโรงพยาบาล แต่อาการยังกำเริบ ทั้ง ยากินยาฉีดยังเอาไม่อยู่ พวกเขายังดิ้นเจ็บปวดอยู่บนเตียงคนไข้ หมอและ พยาบาลพากันงวยงงกับอาการของคนเหล่านั้น พอแกหยุดเผาไฟ  สระน้ำเด็กไวนิล คนเหล่า นั้นก็จะหายเจ็บปวดแสบร้อนตามตัว หมอก็จะทั่งยาให้เอาไปกินที่บ้าน สระน้ำเป่าลมขนาดใหญ่  ที่ แกรู้ความเคลื่อนไหวของคนเหล่านั้นเพราะมีคนมาพูดให้ฟัง แกนึกในใจว่า สมนํ้าหน้าแกลงโทษพวกเขาหลายครั้งเพื่อจะได้เข็ดหลาบ แต่พออาการเป็นปกติ ดื่มเหล้าจนเมาก็จะพากันแวะมาพูดจากวนบาทาแขวะสารพัดเรื่อง แกทน ไม่ไหวหยิบเอาเหล็กเขี่ยศพเหน้าทีละคน พร้อมกับพูดเป็นเชิงกระทบให้ รู้ตัวว่าระวังเหล็กเขี่ยศพจะทำให้พวกนายปวดท้องเจ็บแสบร้อนเอาอีกมั้ยคำพูดของแกทำเอาคนพวกนั้นหุบปากหยุดชะงัก ไม่มีใครกล้าพูด เหมือนจะมีสติหรือสร่างเมา คำว่าเหล็กเขี่ยศพที่แกพูดออกมามีมนตร์ขลัง ทำเอาพวกเขาชะงักตาค้างอ้าปากค้าง และคงจะถึงอาการเจ็บปวดท้องขึ้น มาได้ พวกเขามองหน้ากันทีละคนแล้วหันมามองแกด้วยความสงลัย เจ้า คนเสื้อลายถามแกว่านายเล่นไสยดำปล่อยใส่พวกข้าหรือแกตอบพวกเขากวนๆ ไปว่า แล้วแต่จะคิด

สระน้ำเด็ก

การเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยด้วยการสอนให้ว่ายน้ำ

แกบอกว่าทั้งว่านที่เป็นไสยดำและอาคมจะเข้าไปต้านฤทธึ๋ของไสยดำ ที่อยู่ในตัวของเหยื่อ เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันก็จะล้กันสุดฤทธิ้ชนิดใคร ดีใครอยู่ ซึ่งไม่มืใครรู้ว่าฝ่ายธรรมะหรือฝ่ายอธรรมจะเป็นผู้ชนะ แกเองก็ ยังไม่มั่นใจ เพราะเจ้าของไสยดำที่ปล่อยของใส่เหยื่อนั้นมืผีเมือทางไสยเวท พอตัว เหยื่อคนเดียวเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินซะตาตัวเองว่าจะเป็นผู้ชนะ  หรือผู้แพ้และแกยังต้องรับมือไสยดำที่ฝ่ายตรงข้ามอาจส่งมาเล่นงานด้วย สระน้ำเด็กขนาดกลาง  แล้ว ก็เป็นความจริงตามที่แกคาดเดาเอาไว้ มีเสียงดังโครมฃึ้นที่ต้นไม้หน้าบ้าน ของเหยื่อ มืกิ่งไม้หล่นลงที่พื้นเป็นลัญญาณบอกให้แกรู้ว่ากำลังเผชิญหน้า กับไสยดำ แต่ไสยดำที่สำแดงเดชกับต้นไม้นั้นไม่อาจจะเข้ามาภายในบริเวณ บ้านได้ เนื่องจากแกได้ทำพิธีกรรมป้องกันเอาไว้ถึงสองชั้น ทุกครั้งเมื่อมื สายลมพัดอื้ออึ้งดุจพายุกระหนั่า แต่จะมาสะดุดลงที่เขตรั้วบ้านเท่านั้นก็จะ หยุดสำแดงฤทธิ้เดช และแกยังเห็นเป็นเงาตะคุ่มของคนจำนวนมาก มายืน ออกันที่ถนนหน้าบ้าน เงาตะคุ่มเข้ามาในบ้านของเหยื่อไม่ได้ เพราะมีของ ขลังคุ้มกันอยู่ สิ้งที่แกเห็นเป็นเงาตะคุ่มแต่คนอื่นไม่เห็นนั้น ล้วนแต่เป็นผี ตายโหง ที่ถูกส่งมาเพื่อจะเล่นงานแก ทว่าโชคร้ายเข้ามาในเขตบ้านไม่ได้ จึงได้แต่ยืนทำลับๆ ล่อๆ ที่นอกเขตรั้วบ้านเท่านั้น ก่อนที่จะพากันหายลับไป ราวตี แต่แกรู้สึกเหมือนจะมีอาการร้อนๆ หนาวๆ ไม่ใช่แกโดนของคุณไสย ดำฝ่ายตรงข้ามเล่นงาน แต่เป็นเพราะของในตัวที,เป็นวิชาอาคมแผลงฤทธิ้ ออกมาเหมือนคนของขืนหรือคนร้อนวิชาอาคม แกต้องใช้จิตสมาธิข่มตัวเองให้มั่น เพื่อชนะใจตัวเองมิให้ของขึ้นมากกว่านี้ แล้วแกก็ชนะใจตัวเอง สามารถควบคุมจิตได้ ทำให้อาการร้อนๆ หนาวๆ คลายลงจนเป็นปกติ ถ้า แกแพ้วิชาตัวเองนั่นหมายถึงอาจตาย ณ วินาทีนั้นได้เหยื่อดิ้นกระสับกระส่ายทนทุกข์ทรมานอยู่นานเป็นชั่วโมง แกเห็น สภาพของเหยื่อแล้วน่าเห็นใจมาก แต่ช่วยอะไรไม่ได้ ต้องปล่อยให้ไสยดำ กับไสยดำเกันเองเสื้อผ้า จะใช้ไสยขาวไปกำราบปราบไสยดำคงจะไม่ได้ มัน คนละชั้นเหมือนเด็กอนุบาลกับเด็กมัธยม เทียบกันไม่ได้ ต้องใช้ไสยดำประ มือกับไสยดำเท่านั้นเหยื่ออาเจียนคายของในท้องและมีเล้นผมยาวจำนวนหลายสิบเล้น ออกมาด้วย พ่อแม่และญาติถึงกับตะลึงอุทานออกมาเหมือนจะเห็นสิ่งผิด ปกติหนอน หนอน.แสดงว่าพวกเขาเห็นเล้นผมเป็นหนอน แต่สำหรับแกเห็นเป็นเล้นผม จึงได้ร้องทัดทานให้พวกเขารู้จะได้มืสติกลับคืนมาว่าไม่ใช่หนอน แต่ม่นเป็นเสันผม.แกบอกคนเหล่านั้นหลายคำ จนทุกคนมีสติกลับคืนมาแล้วมองหน้า กันด้วยความฉงน ก่อนจะหันไปมองสิ่งที,พวกเขาเห็นอีกครั้งจนมองดูแน่ชัด ว่าไม่ใช่หนอนอย่างที่เห็นเมื่อตะกี้ แต่กลายเป็นเล้นผมอย่างที่แกบอก “ห้ามมิให้ใครหยิบเห้นผมเป็นอันขาด”แกร้องห้ามมิให้ทุกคนหยิบหรือแตะเล้นผมดังกล่าว เพื่อความ ปลอดกัยในชีวิตของพวกเขา เพราะมันไม่ใช่เล้นผมธรรมดา แต่ต้องเป็นโดนชองคุณไลยมนต์ดำที่ แกเชื่อว่าจะต้องเป็นtเมือของสารวัตรกำนันคนหวง ลูกสาว เสกปล่อยมาเข้าท้องเหยื่อ  สระน้ำสูบลมภาษาอังกฤษ หวังให้ค่อยๆ ทรมานให้ตายช้าเหมือน ตายทั้งเป็นเมื่อเต้นผมหลายสิบเต้นออกจากร่างของเหยื่อ อาการก็ค่อยๆ ดีขึ้น แต่อาการเหนื่อยหอบอ่อนเพลียยังมือยู่ ต้องปล่อยให้เหยื่อนอนพักเอาแรง โดยมีพ่อแม่และญาติคอยดูแลอยู่ห่างๆ ยังไม่หายหวาดระแวง เกรงเหยื่อ จะเกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดทำร้ายอีก แม้เหยื่อจะสิ้นฤทธิ้แต้วก็ตาม ยัง วางใจอะไรไม่ได้ทั้งนั้น

สระน้ำเด็ก

วิธีการปฐมพยาบาลการจมน้ำเบื้องต้น

หมอคุณไสยวัย ๖๓ ปีผิวคลาและหยาบ เล็บมือเหลืองปนดำ ผม สั้นหงิกงอ ใจดี มีอาชีพทำนา ชอบปีบยาเล็นและเคี้ยวหมากเป็นบางครั้ง เมื่อเกิดเปรี้ยวปากได้เผยว่าพอแกโตอายุประมาณ ๑๗ ปี จบชั้นป. ฝังไทย แม่พาไปเยี่ยมตา กับยายที่ฝังเขมร เห็นว่าอยู่เฉยๆ จึงได้ขอศึกษาวิชาไสยศาสตร์จากตาและ หมอคุณไสยในหมู่บ้าน ซึ่งได้ถ่ายทอดวิชาคุณไสยเป็นภาษาเขมรและ ขอมให้แก ด้วยแกมีพื้นฐานภาษาเขมรจากแม่  สระน้ำเด็กเล็ก จวบกับมีคนเฒ่าคนแก่ที่มี ความรู้ทางภาษาขอมที่เรียนมาจากใบลานอ่านให้ฟังอยู่เสมอๆ แกจึงได้ อุปกรณ์เสิรมทักษะ  จดจำและศึกษาภาษาขอมจากใบลานที่คนเฒ่าคนแกสอนให้แกอยู่กับตาที’ฝังเขมรนานพอสมควร ได้ใช้เวลาเรียนวิชาคุณไสย มนตร์ดำจากตาและหมอคุณไสย ซึ่งเป็นวิชาที่สำคัญๆ สำหรับใช้ในชีวิต ประจำวัน ส่วนวิชาคุณไสยอื่นๆ นั้นก็พอศึกษาเอาไว้บ้าง แต่จะเน้นวิชา มนตร์ดำมากกว่า แม้จะไม่เก่งวิชาเท่ากับตาและหมอคุณไสย แต่นานๆ ไป ก็จะเก่งเอง ของอย่างนี้ต้องใช้เวลานานกว่าจะแก่กล้าเหมือนกับตาและ หมอคุณไสยที่สอนคุณไสยให้แก กว่าจะแก่กล้าอาคมมาถึงวันนี้ได้ใช้เวลา นับสิบๆ ปี แกเรียนแค่ไม่ถึงปีจะให้เก่งคงเป็นไปไม่ได้ขณะอยู่กับตาและยายที่ฝังเขมร ได้เห็นชาวบ้านที่โดนคุณไสยมนตร์ ดำมาให้ตาแก้และถอนนับรายไม่ถ้วน มืทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างวัยกัน ส่วน มากจะเป็นวัยรุ่นและวัยกลางคนที่โดนของคุณไสย เนื่องจากวัยดังกล่าว นักจะสร้างดู่อริหรือคัตรูเอาไว้ทำให้ฝ่ายตรงข้ามโกรธแค้น จึงให้ผู้เรืองอาคม ทำคุณไสยมนตร์เสกเช้าใส่ ซึ่งมืหลายวิธีด้วยกัน ขึ้นอยู่กับหมอคุณไสยนั้น จะใช้อะไรเป็นของมนตร์ดำทำร้ายสำหรับรายที่แกเห็น เป็นชายวัยกลางคนหน้าตาดี ออกจะเป็นคนเจ้าชุ้ และมีเมียหลายคน บางคนมีผัวแล้วแกกังไม่ละเว้น กังแอบไปตีท้ายครัว เมียคนอื่น ทั้งที่รู้ว่าผิดศีลผิดธรรมกังปีนทำบาปทำชั่ว พอผัวของฝ่ายหญิงรู้ ระแคะระคายว่ามีผู้ชายแอบมาตีท้ายครัวเมียดัวเอง ยอมไม่ได้ ที่ถูกดูหมิ่น คักดิ้ศรีลูกผู้ชาย เป็นการหยามเกียรติกัน คนอย่างนี้ให้กินลูกปีนสักนัดสอง นัดก็จบ วิธีนี้ถึงจะง่าย แต่จะมีหสักฐานผูกนัดคนยิงแล้วอาจจะสาวมาถึงผู้ บงการ อันนำไปสู่การจับกุม มิสิทธิ้ติดคุก1ได้ ถ้าหลักฐานและพยานแน่น จึง เปลี่ยนแผนมาใช้วิชาคุณไสยกำจัดชาย!เอาถึงตาย จะพิสูจน์การตาย อย่างไรก็ไม่มีหลักฐานและพยานPro-vice-chancellor ซึ่งวิธีนี้นิยมใช้กันมากในเขมรและตาม จังหวัดชายแดนไทย-เขมร ฝ่ายตรงข้ามจึงเลือกวิธีฆ่าด้วยคุณไสยมนตร์ดำ

สระน้ำเด็ก

การกระโดดเชือกทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีเลือดฝาด

นามสกุลของคุณต่างหากครับ” และแน่นอนถ้าตอนแรกเขาบอก ซื่อหลัง คุณก็บอกเขาว่าคุณจำได้อยู่แล้ว แต่คุณต้องการทราบซื่อ หน้าของเขาต่างหาก ด้วยวิธีนี้คุณจะทราบซื่อเต็มของเขาทั้งหมด และดูเหมือนว่าคุณลืมซื่อของเขาเพียงแค่ซื่อหน้า หรือนามสกุล เชือกกระโดดนำเข้า  แต่เพียงชื่อเดียว แต่เหตุการณ์อาจไม่เป็นอย่างนั้น คุณอาจจะโชค ไม,ดีถ้าในตอนแรกเขาบอกชื่อเต็มกับคุณไปทั้งหมด ทำให้คุณอ้าง ไม่ได้ว่าคุณลืมเพียงซื่อใดชื่อหนึ่งยังมีวิธีอื่นที่ดีกว่าในการถามซื่อคนที่คุณลืมซื่อเขาไปแล้ว แต่การจำซื่อของคนที่รู้จักกันเป็นการดีกว่าที่จะไปหลอกถามซือ เขาทางอ้อม การจำชื่อของคนที่คุณรู้จักให้ได้ตั้งแต่แรกไม่ใช่ เรื่องยาก และยังได้ผลดีกว่าการหาวิธีถามซื่อของเขาในภายหลัง โดยที่ไม่ให้ดูน่าเกลียดผู้คนพยายามใช้ระบบน สารเคมี รังสีอัลตราไวโอเลต และ และวิธีต่างๆ นานา เพื่อช่วยให้จดจำ ซื่อ บางคนใช้วิธีการจำตัวอักษรย่อ หรืออักษรแรกของชื่อ เพื่อให้ นึกถึงชื่อเต็มของคนนั้นๆ ได้ วิธีนี้ได้ผลน้อยเพราะเขาอาจลืม แม้ กระทั่งอักษรตัวแรกด้วย หรือถ้าเขาจำอักษรแรกได้ก็ตาม แล้วเขา จะจำชื่อของบุคคลนั้นได้อย่างไร เช่น ถ้าคุณได้พบกับ คุณแอดกับ คุณอน ซึ่งมีอักษรแรกเหมือนกัน เขาคงไม่ยินดีนักหากคุณจำชื่อ ของเขาสลับกันแม้ว่าในบางครั้งการเขียนสิ่งต่างๆ ลงบนกระดาษเป็นสิ่งที่ มีประโยชน์ที่ช่วยในการจดจำ แต่มันก็ไม่สามารถเป็นอิสระใน เชือกกระโดดลดน้ำหนัก  ด้านการจำได้ ในการเชื่อมโยงด้วยระบบที่ดีฃองการผูกประสาน มันจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณสามารถวาดภาพจำลองของหน้าตา ผู้คนได้อย่างถูกต้อง และลามารถนึกชื่อของเขาออกเมื่อเห็นหน้า ของบุคคลนั้น โดยใช้รูปธรรมที่เชื่อมโยงไปยังเรื่องสนุกที่ใช้ผูก ประสาน แต่โชคไม่ดีที่เราทุกคนไม่สามารถวาดภาพหน้าตาของ ผู้คนได้ดีนัก และแม้เราจะทำได้มันก็ย่อมต้องใช้เวลานานพอดู ทีเดียว คำโอดครวญที่เกิดขึ้นเป็นปกติที่สุดในยุคใหม่นี้ก็คือ “ผม จำชื่อใครไม่ค่อยได้” ชีวิตทุกวันนี้เป็นเรื่องที่แทบจะหลีกหนี ไม่ได้ที่จะพบปะกับผู้คนใหม่ๆ อยู่เสมอ เมื่อคุณพบปะใครคุณ ก็ย่อมต้องการที่จะจดจำคนๆ นั้น และคุณอาจ เชือกกระโดดด้ามไม้ ไม่คิดว่า บางคน สำคัณพอที่จะจำเขาอย่างจริงจัง จนกระทั่งคุณได้พบเขาอีกครั้ง ลู่งมันก็สายไปเสียแล้ว คุณเพิ่งจะมาสำนึกว่าคุณควรจะพยายาม จำซื่อเขาให้ได้เลียจริงมันไม่เป็นประโยชน์สำหรับนักขายที่ต้องจำซื่อลูกค้าของ เขาบ้างหรือ หรือสำหรับแพทย์ต้องจำซื่อของคนไข้ของเขา หรือ ทนายต้องจำชื่อของลูกความ แน่นอน มันย่อมเป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง ทุกคนต้องการที่จะลามารถที่จะจำชื่อและหน้าตา แต่ หลายครั้งงานขายที่สำคัญต้องชะงักไป สูญเลียเงิน บางคนทำให้ เกิดอาการอึกอัก หรอทำให้ชื่อเสียงด่างพร้อย เนื่องจาก เขาได้ลืมซื่อของ

เชือกกระโดด